<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ร้องไห้สมองตาย Archives - THE TOUCH EXCLUSIVE</title>
	<atom:link href="https://www.thetouchexclusive.com/tag/%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A2/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link></link>
	<description>The Touch - Wellness and Beauty Center</description>
	<lastBuildDate>Mon, 22 Dec 2025 12:18:22 +0000</lastBuildDate>
	<language>th</language>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=6.5.8</generator>

<image>
	<url>https://www.thetouchexclusive.com/wp-content/uploads/2022/07/cropped-icon-1-32x32.png</url>
	<title>ร้องไห้สมองตาย Archives - THE TOUCH EXCLUSIVE</title>
	<link></link>
	<width>32</width>
	<height>32</height>
</image> 
	<item>
		<title>กินอาหาร Healthy แพงจริงไหม?</title>
		<link>https://www.thetouchexclusive.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89/eat-food/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=eat-food</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[tanapon.s]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 22 Dec 2025 12:12:33 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความน่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[GlowtogetherShineforever]]></category>
		<category><![CDATA[thetouchbkk]]></category>
		<category><![CDATA[thetouchclinic]]></category>
		<category><![CDATA[Thetouchwellness]]></category>
		<category><![CDATA[TouchExclusive]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวลวงสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[คลินิกหลิงออม]]></category>
		<category><![CDATA[ดูแลจากภายใน]]></category>
		<category><![CDATA[ร้องไห้สมองตาย]]></category>
		<category><![CDATA[ร้องไห้แล้วโทรม]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพใจและผิว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thetouchexclusive.com/?p=34308</guid>

					<description><![CDATA[<p>อาหาร Healthy แพงจริงหรือแค่เราคิดไปเอง? วิเคราะห์ต้นทุนอาหารสุขภาพ เทียบอาหารทั่วไป พร้อมแนวคิดกินดีแบบไม่ทำร้ายกระเป๋าเงิน</p>
<p>The post <a href="https://www.thetouchexclusive.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89/eat-food/">กินอาหาร Healthy แพงจริงไหม?</a> appeared first on <a href="https://www.thetouchexclusive.com">THE TOUCH EXCLUSIVE</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<h1>กินอาหาร Healthy แพงจริงไหม? ทำไมหลายคนรู้สึกว่าสุขภาพดี = กระเป๋าฉีก</h1>

AW

<p>อยากกินอาหาร Healthy แต่เงินในบัญชีบอกว่า No Money นะหนู ประโยคนี้กลายเป็นความจริงของคนทำงานจำนวนมาก ในยุคที่ค่าครองชีพสูงขึ้น แต่กระแสการดูแลสุขภาพกลับแรงขึ้นทุกปี</p>

<p>คำถามสำคัญคือ อาหาร Healthy แพงจริง หรือเราเข้าใจคำว่า “กินเพื่อสุขภาพ” ผิดไปตั้งแต่ต้น</p>


<h2>ทำไมอาหาร Healthy ถึงถูกมองว่าแพง</h2>

AW

<h3>ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงกว่าอาหารทั่วไป</h3>
<p>อาหารสุขภาพมักใช้วัตถุดิบคุณภาพสูง เช่น ผักออร์แกนิก ธัญพืชไม่ขัดสี โปรตีนไขมันต่ำ และไขมันดีจากธรรมชาติ ซึ่งมีต้นทุนสูงกว่าอาหารแปรรูปหรืออาหารจานด่วน</p>

<h3>กระบวนการผลิตและการควบคุมคุณภาพ</h3>
<p>อาหาร Healthy หลายชนิดต้องลดโซเดียม น้ำตาล และสารกันเสีย รวมถึงควบคุมแคลอรี ทำให้ต้นทุนด้านกระบวนการผลิตสูงขึ้น</p>

<h3>ภาพลักษณ์และการตลาดของคำว่า Healthy</h3>
<p>คำว่า Healthy มักมาพร้อมภาพลักษณ์พรีเมียม ร้านสวย แพ็กเกจดี และการสื่อสารด้านไลฟ์สไตล์ ซึ่งทั้งหมดถูกบวกเข้าไปในราคาขาย</p>

<h2>เปรียบเทียบราคาอาหาร Healthy กับอาหารทั่วไป</h2>

AW

<h3>ตัวอย่างราคาอาหารที่หลายคนเจอในชีวิตประจำวัน</h3>
<p>สลัดบาร์หนึ่งกล่องมีราคาประมาณ 100–150 บาท ขณะที่ข้าวแกงหนึ่งจานราคาเฉลี่ยเพียง 40–50 บาท ความแตกต่างนี้ทำให้หลายคนรู้สึกว่าการกินดีคือภาระทางการเงิน</p>

<h3>ราคาที่ต่าง ส่งผลต่อพฤติกรรมการเลือกกิน</h3>
<p>เมื่ออาหารสุขภาพแพงกว่าอย่างชัดเจน คนจำนวนมากจึงเลือกอาหารที่อิ่มและประหยัดกว่า แม้รู้ว่าอาจไม่ดีต่อสุขภาพในระยะยาว</p>

<h2>กินดี = กระเป๋าฉีก จริงหรือไม่</h2>

AW

<h3>อาหารราคาถูกไม่ได้แปลว่าไม่มีประโยชน์</h3>
<p>อาหารพื้นฐานอย่างข้าว ไข่ ผัก ปลา และเนื้อไม่ติดมัน เป็นอาหารที่ราคาไม่สูง แต่ให้สารอาหารครบ หากกินในปริมาณที่เหมาะสม</p>

<h3>อาหารแพงก็ไม่ได้ Healthy เสมอไป</h3>
<p>อาหารที่ดูสุขภาพดีแต่มีน้ำสลัดหวานจัด ท็อปปิ้งทอด หรือปริมาณไขมันสูง อาจให้พลังงานมากเกินจำเป็น แม้ราคาจะสูงก็ตาม</p>

<h2>คนไทยมองว่าอาหารสุขภาพแพงจริงแค่ไหน</h2>

<h3>ผลสำรวจสะท้อนมุมมองผู้บริโภค</h3>
<p>คนไทยมากกว่า 30% ยอมรับว่าไม่เลือกกินอาหารสุขภาพเป็นประจำ เพราะรู้สึกว่าแพงเกินไปเมื่อเทียบกับรายจ่ายในชีวิตประจำวัน</p>

<h3>ผลกระทบระยะยาวต่อสุขภาพ</h3>
<p>เมื่อการดูแลสุขภาพถูกมองว่าเป็นเรื่องฟุ่มเฟือย หลายคนจึงละเลยโภชนาการ ส่งผลให้เกิดปัญหาสุขภาพสะสม และต้องจ่ายค่ารักษาที่สูงกว่าในอนาคต</p>

<h2>วิธีกินให้ Healthy โดยไม่ทำร้ายกระเป๋าเงิน</h2>

AW

<h3>Healthy ไม่จำเป็นต้องหรูหรือแพง</h3>
<p>การกินเพื่อสุขภาพไม่จำเป็นต้องออร์แกนิกทุกมื้อ แต่ควรเน้นความสมดุล ความพอดี และความต่อเนื่องในการกิน</p>

<h3>เลือกอาหารที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง</h3>
<p>อาหารที่ดีที่สุดคืออาหารที่สามารถกินได้จริงในระยะยาว ไม่ทำให้เครียด และไม่กระทบการเงินจนเกินไป</p>

<h3>มองสุขภาพเป็นการลงทุนระยะยาว</h3>
<p>การลงทุนกับอาหารและการดูแลสุขภาพในวันนี้ ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาโรคในอนาคตได้อย่างมาก</p>

<h2>สุขภาพดีไม่ได้เริ่มจากอาหารอย่างเดียว</h2>

AW

<h3>ปัจจัยอื่นที่ส่งผลต่อสุขภาพ</h3>
<p>นอกจากอาหารแล้ว สุขภาพที่ดีควรมาจากการพักผ่อนเพียงพอ การออกกำลังกายสม่ำเสมอ การจัดการความเครียด และการตรวจสุขภาพอย่างเหมาะสม</p>

<h2>สรุป: กิน Healthy ไม่จำเป็นต้อง No Money</h2>

<h3>สุขภาพดีคือความสม่ำเสมอ ไม่ใช่ราคาอาหาร</h3>
<p>อาหาร Healthy อาจแพงในบางกรณี แต่สุขภาพดีไม่จำเป็นต้องแพงเสมอไป อยู่ที่การเลือกอย่างเข้าใจและการดูแลตัวเองอย่างสมดุล</p>

<h2>Call to Action</h2>

AW

<h3>เริ่มดูแลสุขภาพอย่างถูกวิธีตั้งแต่วันนี้</h3>
<p>หากคุณอยากดูแลสุขภาพแบบเข้าใจร่างกายจริง การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือแพทย์ จะช่วยให้คุณวางแผนการดูแลสุขภาพได้อย่างเหมาะสม ทั้งดีต่อร่างกายและไม่กระทบกระเป๋าเงินในระยะยาว</p>



<p></p>
<p>The post <a href="https://www.thetouchexclusive.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89/eat-food/">กินอาหาร Healthy แพงจริงไหม?</a> appeared first on <a href="https://www.thetouchexclusive.com">THE TOUCH EXCLUSIVE</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
		<item>
		<title>ร้องไห้ 1 ครั้ง = สมองตาย 1 ล้านเซลล์ จริงหรือไม่? ความเข้าใจผิดที่ควรหยุดแชร์</title>
		<link>https://www.thetouchexclusive.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89/%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b9%89/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b9%2584%25e0%25b8%25ab%25e0%25b9%2589</link>
		
		<dc:creator><![CDATA[tanapon.s]]></dc:creator>
		<pubDate>Fri, 07 Nov 2025 11:06:59 +0000</pubDate>
				<category><![CDATA[บทความน่ารู้]]></category>
		<category><![CDATA[GlowtogetherShineforever]]></category>
		<category><![CDATA[thetouchbkk]]></category>
		<category><![CDATA[thetouchclinic]]></category>
		<category><![CDATA[Thetouchwellness]]></category>
		<category><![CDATA[TouchExclusive]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวลวงสุขภาพ]]></category>
		<category><![CDATA[คลินิกหลิงออม]]></category>
		<category><![CDATA[ดูแลจากภายใน]]></category>
		<category><![CDATA[ร้องไห้สมองตาย]]></category>
		<category><![CDATA[ร้องไห้แล้วโทรม]]></category>
		<category><![CDATA[สุขภาพใจและผิว]]></category>
		<guid isPermaLink="false">https://www.thetouchexclusive.com/?p=33668</guid>

					<description><![CDATA[<p>ร้องไห้ 1 ครั้ง = สมองตาย 1 ล้านเซลล์ จริงไหม? แพทย์ชี้ชัดว่าไม่จริง!</p>
<p>The post <a href="https://www.thetouchexclusive.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89/%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b9%89/">ร้องไห้ 1 ครั้ง = สมองตาย 1 ล้านเซลล์ จริงหรือไม่? ความเข้าใจผิดที่ควรหยุดแชร์</a> appeared first on <a href="https://www.thetouchexclusive.com">THE TOUCH EXCLUSIVE</a>.</p>
]]></description>
										<content:encoded><![CDATA[
<p><strong>Meta Description:</strong><br>
ร้องไห้ 1 ครั้ง = สมองตาย 1 ล้านเซลล์ จริงไหม? แพทย์ชี้ชัดว่าไม่จริง! การร้องไห้คือกลไกธรรมชาติที่ช่วยลดความเครียด แต่หากร้องบ่อยโดยไม่ดูแล อาจทำให้ใต้ตาคล้ำ ตาบวม และผิวรอบดวงตาโทรมได้</p>

<hr>

<p><strong>ร้องไห้ 1 ครั้ง = สมองตาย 1 ล้านเซลล์</strong> — ประโยคที่แชร์กันมานานในโซเชียล  
ฟังดูน่ากลัวจนหลายคนพยายามฝืนไม่ร้อง เพราะกลัว “โง่ลง” หรือ “สมองพัง”  
แต่ความจริงคือ…ไม่มีงานวิจัยใดในโลกที่ยืนยันว่าการร้องไห้เพียงครั้งเดียว  
ทำให้สมองสูญเสียเซลล์จำนวนมากขนาดนั้น</p>

<img decoding="async" src="https://www.thetouchexclusive.com/wp-content/uploads/2025/11/ร้องไห้01.jpg" alt="ร้องไห้">

<p>แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยายืนยันว่า <strong>ร้องไห้ 1 ครั้ง = สมองตาย 1 ล้านเซลล์</strong>  
เป็น “ข่าวลวงทางสุขภาพ (Health Misinformation)” ที่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ  
ในทางกลับกัน การร้องไห้กลับมี “ประโยชน์” มากกว่าที่เราคิด</p>

<hr>

<h2>ความจริงทางวิทยาศาสตร์: ร้องไห้คือการปลดปล่อยทางอารมณ์</h2>

<img decoding="async" src="https://www.thetouchexclusive.com/wp-content/uploads/2025/11/ร้องไห้02.jpg" alt="ร้องไห้">

<h3>1. ร่างกายหลั่งสารแห่งความเครียดออกมาพร้อมน้ำตา</h3>
<p>น้ำตาของคนเรามีอยู่ 3 ประเภท คือ  
1) น้ำตาหล่อเลี้ยงตา 2) น้ำตาเคืองตา และ 3) น้ำตาแห่งอารมณ์</p>

<p>เมื่อเราร้องไห้จากความเศร้า ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียดอย่าง <strong>คอร์ติซอล (Cortisol)</strong>  
ออกมาพร้อมน้ำตา ซึ่งเป็นกระบวนการทางธรรมชาติที่ช่วยลดระดับความเครียด  
และทำให้รู้สึก “เบา” ขึ้นหลังร้องไห้</p>

<p>ดังนั้น <strong>ร้องไห้ 1 ครั้ง = สมองตาย 1 ล้านเซลล์</strong> จึงไม่ถูกต้อง  
แต่เป็นการ “ระบายสารพิษทางอารมณ์” ที่ช่วยให้สมองกลับมาสมดุลต่างหาก</p>

<hr>

<h3>2. ร้องไห้ช่วยฟื้นฟูสมองบางส่วน</h3>
<p>แพทย์จิตเวชจาก <em>Harvard Health Publishing</em> ระบุว่า  
การร้องไห้ช่วยกระตุ้นระบบประสาทพาราซิมพาเทติก (Parasympathetic Nervous System)  
ให้ทำงานมากขึ้น ส่งผลให้หัวใจเต้นช้าลง ความดันลดลง และสมองเข้าสู่ภาวะสงบ</p>

<p>พูดง่าย ๆ คือ การร้องไห้เป็น “รีเซ็ตอารมณ์ชั่วคราว”  
ช่วยให้สมองจัดการกับความเครียดได้ดีขึ้นในระยะยาว</p>

<hr>

<h2>แล้วทำไม “ร้องไห้” ถึงทำให้หน้าดูโทรม?</h2>

<img decoding="async" src="https://www.thetouchexclusive.com/wp-content/uploads/2025/11/ร้องไห้03.jpg" alt="ร้องไห้">

<h3>1. เส้นเลือดรอบดวงตาขยาย</h3>
<p>ระหว่างร้องไห้ เลือดจะไหลเวียนบริเวณรอบดวงตามากกว่าปกติ  
เส้นเลือดฝอยขยายตัว ทำให้เกิดอาการ “ตาบวม ใต้ตาคล้ำ” หลังร้องไห้</p>

<p>แพทย์ผิวหนังอธิบายว่า เมื่อเลือดไหลเวียนมากเกินไป  
และมีแรงกดจากการสะอื้น จะทำให้ผิวรอบตาบางลงเรื่อย ๆ  
เกิดเป็นรอยคล้ำหรือร่องลึกในระยะยาว</p>

<hr>

<h3>2. น้ำตาเค็ม ทำให้ผิวรอบตาขาดน้ำ</h3>
<p>น้ำตาประกอบด้วยโซเดียมและอิเล็กโทรไลต์ ซึ่งมีฤทธิ์ดึงความชื้นจากผิว  
เมื่อร้องไห้บ่อยโดยไม่เช็ดหรือบำรุง ผิวรอบดวงตาจะสูญเสียน้ำ  
เกิดรอยแห้ง แตก และหมองคล้ำ</p>

<p>หากคุณต้องร้องไห้บ่อยจากความเครียดหรือภาวะซึมเศร้า  
ควรใช้ผ้าสะอาดซับน้ำตาแทนการถู และทาครีมบำรุงรอบดวงตาหลังจากนั้นทุกครั้ง</p>

<hr>

<h2>ร้องไห้&#8230;ไม่ได้ทำให้สมองตาย แต่ทำให้ “ผิวตายใจล้า” ได้</h2>

<img decoding="async" src="https://www.thetouchexclusive.com/wp-content/uploads/2025/11/ร้องไห้04.jpg" alt="ร้องไห้">

<p>แม้การร้องไห้ไม่ทำลายสมอง แต่ก็ส่งผลต่อ “ภาพลักษณ์และสุขภาพผิว” ได้โดยตรง  
โดยเฉพาะในคนที่พักผ่อนน้อยหรือมีปัญหาเส้นเลือดฝอยใต้ตา</p>

<ul>
  <li>ตาคล้ำจากการไหลเวียนเลือดผิดปกติ</li>
  <li>ตาบวมจากการสะอื้นและของเหลวคั่ง</li>
  <li>ร่องใต้ตาลึกจากการขาดคอลลาเจน</li>
</ul>

<p>ทั้งหมดนี้ทำให้ใบหน้าดูโทรม เหนื่อย และแก่กว่าวัย  
จึงไม่แปลกที่ใคร ๆ จะบอกว่า “ร้องไห้แล้วดูโทรม”</p>

<hr>

<h2>ดูแลใจ และใต้ตาหลังร้องไห้อย่างถูกวิธี</h2>

<img decoding="async" src="https://www.thetouchexclusive.com/wp-content/uploads/2025/11/ร้องไห้05.jpg" alt="ร้องไห้">

<h3>1. ประคบเย็นทันทีหลังร้องไห้</h3>
<p>ช่วยให้หลอดเลือดหดตัว ลดอาการบวมและคล้ำใต้ตา  
สามารถใช้ช้อนเย็นหรือเจลเย็นแปะไว้ 5–10 นาที</p>

<h3>2. ดื่มน้ำให้มาก</h3>
<p>ชดเชยการสูญเสียน้ำจากน้ำตา และช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น  
ลดการคั่งของของเหลวบริเวณดวงตา</p>

<h3>3. นอนหลับพักผ่อนให้พอ</h3>
<p>เพราะแม้คุณจะดูแลผิวดีแค่ไหน ถ้าร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ  
อาการตาลึก ตาคล้ำ จะยังคงอยู่</p>

<h3>4. หากมีอาการซึมเศร้า ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ</h3>
<p>การร้องไห้เป็นธรรมชาติของมนุษย์  
แต่ถ้าคุณร้องไห้บ่อยโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือรู้สึกหมดแรงใจ  
นี่อาจเป็นสัญญาณของ “ภาวะซึมเศร้า” ซึ่งควรได้รับการดูแลจากจิตแพทย์</p>

<hr>

<h2>ร้องไห้ ไม่ได้ทำให้โง่&#8230;แต่ทำให้ใจได้พัก</h2>

<img decoding="async" src="https://www.thetouchexclusive.com/wp-content/uploads/2025/11/ร้องไห้06.jpg" alt="ร้องไห้">

<p>อย่ากลัวการร้องไห้ เพราะมันคือกลไกธรรมชาติที่ช่วยให้สมอง  
และหัวใจปล่อยความเจ็บปวดออกมาอย่างปลอดภัย  
แค่ดูแลตัวเองหลังร้องไห้ให้ดี ทั้งใจและผิวจะกลับมาสมดุลได้ไวขึ้น</p>

<p><strong>คลินิกหลิงออม</strong> และ <strong>The Touch Clinic</strong>  
แนะนำให้ใส่ใจทั้งสุขภาพใจและผิวรอบดวงตา  
เพราะ “ผิวที่สวย” เริ่มจาก “ใจที่ไม่แบก”</p>

<p><strong>Glowtogether Shineforever — เพราะรอยน้ำตาไม่ทำให้สมองตาย แต่ทำให้เรามีหัวใจที่ยังรู้สึก</strong> 💧🧠</p>

<hr>



<p></p>
<p>The post <a href="https://www.thetouchexclusive.com/%e0%b8%9a%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89/%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b9%89/">ร้องไห้ 1 ครั้ง = สมองตาย 1 ล้านเซลล์ จริงหรือไม่? ความเข้าใจผิดที่ควรหยุดแชร์</a> appeared first on <a href="https://www.thetouchexclusive.com">THE TOUCH EXCLUSIVE</a>.</p>
]]></content:encoded>
					
		
		
			</item>
	</channel>
</rss>
