ฟิลเลอร์ ยกกระชับไม่ผ่าตัด

ฟิลเลอร์เองนั้นเป็นสารจำพวก Hyaluronic acid ที่สกัดจากธรรมชาติโดยผ่านกรรมวิธีคัดแยกแบบพิเศษ ทำให้มีความปลอดภัยต่อผิวมาก จึงไม่จำเป็นต้องทำการทดสอบการแพ้ก่อนรับการฉีดค่ะ และโอกาสการเกิดการแพ้น้อยมากๆๆ ซึ่งในวิจัยพบว่าอาการแพ้ส่วนใหญ่นั้น คือ การแพ้ยาชา อย่างไรก็ตามทุกหัตถการย่อมมีความเสี่ยง ความปลอดภัยในการฉีดนั้นขึ้นอยู่กับความชำนาญของแพทย์  หากฉีดเข้าไปยังชั้นผิวหนังที่ตื้นเกินไป อาจจะทำให้เกิดปัญหาคางเสียรูปได้

การฉีดฟิลเลอร์ คือการฉีดสารเติมเต็มเข้าไปในบริเวณต่างๆ ของใบหน้า เพื่อเติมเต็ม ปรับรูปหน้า และยกกระชับใบหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้น

Hyaluronic Acid คืออะไร ?

Hyaluronic Acid คือ กรดที่ร่างกายของเราผลิตขึ้นมาเองได้ มีอยู่ทั่วไปตามร่างกาย และโดยเฉพาะบริเวณจุดเชื่อมต่อระหว่างอวัยวะและเซลล์ เพื่อเพิ่มความต้านทานต่อการเสียดสี และเพิ่มความยืดหยุ่น เช่น บริเวณหัวเข่า ถ้าขาดสารตัวนี้ จะมีผลทำให้การเดินจะเจ็บปวดเพราะว่าไม่มีตัวช่วยลดการเสียดสีระหว่างกระดูก ข้อต่อนั่นเอง นอกจากนี้ในวงการแพทย์ถูกใช้นำมาเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับข้อต่อ นับว่าเป็นประโยชน์อย่างกว้างขวางทั้งร่างกายและผิวพรรณค่ะ

ข้อดีของการฉีดฟิลเลอร์

  1. เจ็บน้อยกว่า และไม่เกิดแผลเป็น
  2. แก้ปัญหาใต้ตาได้ครบ ทั้ง ใต้ตาคล้ำ ขอบตาดำ ตาโหลลึก และ ถุงใต้ตา
  1. ไม่มี Downtime หรือมีก็น้อยมาก และหากได้รับการฉีดโดย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านฟิลเลอร์โดยเฉพาะ รับรองความปลอดภัยได้เลย
  2. แทบไม่ต้องพักฟื้น
  3. จะใช้เวลาน้อย เวลาในการฉีดประมาณ 15-30 นาทีเท่านั้น และเห็นผลได้ทันทีหลังฉีด
  4. สาร HA Filler มีโมเลกุลหลายรูปแบบ ทำให้สามารถเก็บรายละเอียดได้ดีและดูเนี้ยบกว่ามาก
  5. ปลอดภัยมาก เป็นสารชนิดเดียวกับที่ชั้นผิวเรามีตามธรรมชาติอยู่แล้ว โอกาสที่จะแพ้จึงน้อยมากๆๆ โดยคนที่แพ้ฟิลเลอร์มักเกิดจากแพ้ยาชาในฟิลเลอร์มากกว่า แต่ถ้าเคยฉีดยาชาถอนฟันแล้วไม่แพ้ ก็ไม่ต้องกังวล เพราะเป็นยาชนิดเดียวกัน

ข้อเสียของการฉีด HA Filler 

  1. HA Filler ราคาต่อซีซี ค่อนข้างสูงกว่า FAT Filler แต่บางเคสที่ฉีดไขมัน (FAT Filler) ไปแล้วสลายหายไปหมดเลยก็มี [ถึง HA Filler จะแพงกว่า แต่มีความคุ้มค่ามากกว่า]
  2. บางรายอาจมีอาการปวด , บวม แต่อาการเหล่านี้จะหายไปเองภายใน 1 ถึง 2 วัน

ฉีดฟิลเลอร์กี่วันถึงจะเห็นผล

หลังฉีดฟิลเลอร์ไปแล้วจะเห็นผลหลังฉีดทันทีกว่า 70-80% ทีเดียว เนื่องจากการฉีดฟิลเลอร์เป็นเพียงการฉีดสารเติมเต็มไม่ใช่การทำศัลยกรรม ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาพักฟื้น 

ยี่ห้อฟิลเลอร์ที่ผ่าน อย.

ซึ่งยี่ห้อของฟิลเลอร์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ได้แก่ Restylane, Juvederm , Belotero ,Neuramis, ค่ะ โดยทั้ง 4 ยี่ห้อนี้ ถูกใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในยุโรป อเมริกา และ เอเชียค่ะ ที่สำคัญผ่าน อย. ในไทยด้วยค่ะ

ขั้นตอนในการฉีดฟิลเลอร์ 

อันดับแรก คุณหมอจะทำให้ประเมิน และวิเคราะห์ใบหน้าในบริเวณต่างๆ ที่คนไข้ต้องการเติม พร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับชนิดของและ ปริมานของฟิลเลอร์ที่ต้องใช้ ขั้นตอนนี้ ใช้เวลาประมาน 15 – 30 นาที ค่ะ

  • หากกรณีคนไข้มีอาการแพ้ยาชา ควรแจ้งคุณหมอก่อนค่ะ

ต่อมา ก่อนอื่นคุณหมอ จะทำการแปะยาชาเพื่อป้องกันอาการช้ำ หลังทำการฉีด ใช้เวลาประมาน 30 นาที – 1 ชม เพื่อให้ยาชาออกออกฤทธิ์ 

หลังจากนั้น คุณหมอจะทำการ ฉีดยาชา ทำการบล็อคเส้นประสาท บนใบหน้า คล้ายกับการฉีดยาชาก่อนถอนฟันนั่นเองค่ะ เพื่อให้ช่วงที่ทำหัตถการคนไข้รู้สึกสบายมากที่สุดคะ โดยฟิลเลอร์จะใช้เวลาประมาณ 5-15 นาที ค่ะ

ขั้นตอนสุดท้าย เมื่อยาชาออกออกฤทธิ์ แล้วคุณหมอจะทำการ ฉีดฟิลเลอร์ เข้าสู่ใบหน้าในบริเวณที่ต้องการเติมค่ะ โดยจะฉีดในชั้นผิวที่ต่างกันไปค่ะ ในชั้นตอนนี้จะใช้เวลาประมาน 15 นาที  – 1 ชม ขึ้นกับตำแหน่งและปริมาณฟิลเลอร์ที่ใช้ค่ะ

ฟิลเลอร์อยู่ได้นานแค่ไหน 

ฟิลเลอร์โดยเฉลี่ยนี้จะอยู่ได้นานอย่างน้อย 9 เดือน และอีกหลายชนิดจากงานวิจัยฟิลเลอร์อยู่ได้นานตั้งแต่ 12 เดือน ,18 เดือน หรือถึง 24 เดือนกันเลยทีเดียว บางจุดเช่นฟิลเลอร์คาง อาจนานกว่านั้นได้ด้วยน้า

ขนาดของโมเลกุลของฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ที่มีโมเลกุลขนาดหนัก จะสามารถคงในชั้นผิวได้นาน และการกระจายตัวที่น้อยทำให้มีโอกาสเคลื่อนได้ยาก เหมาะสำหรับใช้ฉีดใบหน้าในผิวชั้นลึกได้ดี เพื่อใช้เป็นฐานสำหรับยกกระชับใบหน้า

ส่วนฟิลเลอร์ที่มีโมเลกุลเบา จะเหมาะสำหรับใช้ฉีดเข้าผิวหนังชั้นตื้น เพื่อยกกระชับใบหน้าให้แลดูอ่อนเยาว์ และเต่งตึงนั่นเองค่ะ

ฉีดฟิลเลอร์ใช้กี่ CC

ถ้าให้พูดถึงปริมานฟิลเลอร์ ที่ใช้นั้น โดยทั่วไปแล้วจะขึ้นอยู่กับใบหน้าของแต่ละบุคคล โดยแพทย์ผู้มีประสบการณ์จะเป็นผู้ประเมินโครงสร้างใบหน้า และคำนวณความเหมาะสมของปริมานที่ใช้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดค่ะ เนื่องจากโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคลนั้น แตกต่างกัน ร่วมถึงความต้องการในปรับเปลี่ยนรูปหน้าที่ต่างกัน จึงไม่สามารถกำหนดปริมานที่ชัดเจนได้ค่ะ

โดยสรุปการฉีดฟิลเลอร์เพื่อแก้ไขปรับเปลี่ยนใบหน้านั้น สามารถเริ่มต้นฉีดได้ตั้งแต่ 1 – 2 cc จนถึง 20 cc เลยทีเดียวค่ะ โดยจะแบ่งออกเป็นแต่ละ ตำแหน่งดังนี้ค่ะ

ฟิลเลอร์ใต้ตา ร่องน้ำตา ถุงใต้ตา ควรใช้ CC

การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา โดยจะทำการฉีดสารเติมเต็มเข้าไปในบริเวณใต้ตา เพื่อเติมเต็มช่องว่างใต้ตา ทำให้ริ้วรอยร่องลึกที่เคยเป็นดูตื้น อย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งยังเป็นการเติมใยคอลลาเจนที่หายไป ทำให้ผิวหน้าของเรากลับมาเต่งตึง แลดูอ่อนเยาว์ขึ้นค่ะ การฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ยังทำให้ถุงใต้ตาดูลดลง และผิวบริเวณนี้ดูเรียบเนียนขึ้นจนดูเหมือนถุงใต้ตาดีขึ้นได้ โดยปริมานฟิลเลอร์สำหรับใช้ฉีดใต้ตานั้น เริ่มต้นที่ 1 – 4 cc ขึ้นอยู่กับชนิดฟิลเลอร์ที่ใช้ด้วยค่ะ

ฟิลเลอร์ jaw line เก็บกรอบหน้า ควรใช้ CC

การฉีดฟิลเลอร์เก็บกรอบหน้า นิยมฉีดเพื่อแก้ปัญหากรอบหน้าไม่ชัด หรือกรอบหน้าไม่เข้ารูป ที่มักพบได้บ่อยในคนไข้ที่เคยผ่าตัดเสริมคาง เนื่องจากซิลิโคนคางไม่รับกับแนวกราม และในกลุ่มคนไข้ที่เคยจัดฟันค่ะ การฉีดเก็บกรอบหน้านั้นนอกจากจะช่วยแก้ปัญหาแนวกรามไม่ได้รูปแล้ว ยังสามารถช่วยทำให้กรอบหน้าของเราคมชัด ดูมีมิติขึ้นได้ด้วยค่ะ ปริมานฟิลเลอร์สำหรับใช้ฉีด เริ่มที่ 1 – 4 cc สูงสุดที่ 6 cc ค่ะ

ฟิลเลอร์คาง ใช้กี่ CC

โดยส่วนใหญ่การฉีดฟิลเลอร์คางนั้น มักนิยมใช้ปริมานฟิลเลอร์ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาน 1 – 2 cc ค่ะ สามารถใช้ได้ถึงสูงสุด 3 cc และนิยมใช้ฟิลเลอร์ที่มีโมเลกุลแข็งมีความคงตัวสูง เพื่อให้สามารถคงสภาพอยู่ได้นาน และไม่เกิดการไหลย้อยค่ะ การฉีดฟิลเลอร์คางนั้น ยังรวมไปถึงการฉีดในบริเวณใต้ริมฝีปากล่าง เพื่อปรับรูปทรงของคางไม่ให้ดูยื่นได้ด้วยค่ะ

ฉีดฟิลเลอร์แก้ม ใช้กี่ CC ยกแก้ม ยกกระชับ

ปัญหาร่องแก้มร่อง ส่งผลให้ใบหน้าแลดูแก่เกินวัย สามารถใช้ฟิลเลอร์เติมเต็มให้ดูเป็นธรรมชาติได้ โดยเฉลี่ยจะใช้ฟิลเลอร์อยู่ที่ประมาน 1 – 2 cc ค่ะ สามารถใช้ได้ถึงสูงสุด 6 ค่ะ ซึ่งนอกจากปัญหาร่องแก้มลึกแล้ว การฉีดฟิลเลอร์ บริเวณแก้ม ยังสามารถฉีดเพื่อแก้ปัญหาแก้มตอบได้อีกด้วยค่ะ

ฟิลเลอร์ปาก ใช้กี่ CC

การฉีดฟิลเลอร์ปากนั้น นอกจากจะช่วยทำให้ปากดูอิ่มมีน้ำมีนวลมากขึ้นแล้ว ยังช่วยปรับเปลี่ยนรูปปาก ให้ได้สัดส่วน ดูเป็นธรรมชาติ และดูอ่อนกว่าวัยได้ด้วยค่ะ โดยทั่วไปแล้วการฉีกฟิลเลอร์ปากจะใช้ประมานฟิลเลอร์อยู่ 1 cc และสูงสุดที่ 2 cc ค่ะ

ฉีดฟิลเลอร์ขมับ ใช้กี่ CC

การฉีดฟิลเลอร์ขมับ นับเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาขมับตอบ ขมับยุบ ขมับบุ๋ม ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ใบหน้าดูมีอายุมากขึ้น โหนกแก้มดูเด่นขึ้น โดยการปริมานของฟิลเลอร์ที่ใช้นั้น เริ่มต้นที่ 1 – 2 cc ไปจนถึง 5 cc ค่ะ

สรุปแล้ว

เนื่องจากใบหน้าของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกันค่ะ จึงต้องให้แพทย์จะต้องทำการประเมินโครงสร้างใบหน้า และความต้องการในปรับเปลี่ยนรูปหน้าของคนไข้ก่อนจึงจะสามารถบอกถึงปริมานของฟิลเลอร์ที่ต้องใช้ได้นั่นเองค่ะ

ข้อปฏิบัติ /ข้อห้าม หลังฉีดฟิลเลอร์ 

ควรหลีกเลี่ยงความร้อนต่างๆ เช่น แสงแดด ไดร์เป่าผม เตาหมูปิ้ง เตากระทะ รวมไปถึงการอาบน้ำอุ่น

  • ควรเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่ทำการ ฉีดฟิลเลอร์ หรือทำการขัดถู รวมถึงงดการสครับผิว และลอกใบหน้า
  • ควร เลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชม. หลังจากการฉีด
  • หลังการฉีดควรดื่มน้ำตามมากๆ เพราะฟิลเลอร์เป็นสารที่ชอบน้ำ การดื่มน้ำตามมากๆ จะช่วยให้ฟูสวยขึ้นอีกด้วยค่ะ
  • กรณีมีอาการบวม หรือเขียวช้ำ สามารถประคบเย็นได้เพื่อบรรเทาอาการบวม และควรหลีกเลี่ยงการกด หรือนวดบริเวณที่ทำการรักษาเป็นเวลาอย่างน้อย 2 – 3 วัน
  • สามารถแต่งหน้าได้ ทันทีหลังการฉีด
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายอย่างหนักในวันที่ทำการรักษา เพื่อไม่ให้ร่างกายสูญเสียน้ำ เพราะอาจะส่งผลให้ผิวหนังสูญเสียความชุ่มชื่นตามไปด้วยค่ะ และการเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงอาจทำให้สารฟิลเลอร์เสียรูปอีกด้วย
  • กรณีมีอาการปวดเล็กน้อยบริเวณที่ทำการฉีด สามารถรับประทานยาแก้ปวดพาราเซตามอล เพื่อบรรเทาอาการปวดได้ค่ะ
  • งดการทำหัตการใดๆ รวมถึงเลเซอร์อย่างน้อย 4 สัปดาห์หลังการรักษา และควรหลีกเลี่ยงความร้อนต่างๆ ด้วย
  • รอยเขียวช้ำจะหายไปได้เองภายใน 5 – 14 วัน
  • งดนวดหน้า กดแรงๆ บริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ 2 สัปดาห์ ฟิลเลอร์ที่ดีคุณหมอจะวางถูกตำแหน่งไม่มีบวมหรือให้นวดหลังฉีดนะคะ
  • ควรเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 24 ชั่วโมง และหลังการรักษาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการเขียวช้ำมากขึ้น

Q :  หลังฉีดฟิลเลอร์แล้วสามารถโดนแดด ได้ไหม ?

A : หลัง ฉีดฟิลเลอร์ แล้วสามารถโดนแดดได้ปกติ ไม่มีปัญหาแน่นอน ไม่ต้องกังวล เนื่องจากตำแหน่งที่เราทำการฉีดเติมฟิลเลอร์นั้น อยู่ในบริเวณผิวหนังชั้นเนื้อเยื้อหุ้มกระดูก และอยู่คนละชั้นผิวกันค่ะ ซึ่งอยู่ห่างจากผิวหนังชั้นนอกมาก จึงทำให้การกระทำที่เกิดขึ้นกับผิวหนังชั้นนอก ไม่สามารถส่งผลถึงชั้นผิวหนังที่เราทำการฉีดฟิลเลอร์นั่นเองค่ะ

ทั้งนี้ฟิลเลอร์ที่เราใช้นั้น เป็นฟิลเลอร์ที่ได้รับ การรับรองจากทั่วโลก โดยถูกจัดอยู่ในกลุ่ม HA Filler ซึ่งมีอยู่ในผิวของมนุษย์อยู่แล้ว ดังนั้นแสงแดดต่อให้แรงแค่ไหน ก็ไม่สามารถส่งผลกระทบถึงตัว ฟิลเลอร์ที่เราทำการฉีดได้เลย

แต่ถ้าจะให้ดีก็อย่าลืมทาครีมกันแดดด้วยนะคะ

ผิวไหม้แดดขึ้นมาจะหาว่าไม่เตือนนะจ๊ะ การโดนแสงแดดเป็นเวลานาน ๆ จะทำให้ผิวของเราเสียความชุ่มชื่น และแห้งกร้านได้นะจ๊ะ เพราะแสงแดดนั้น จะส่งผลโดยตรงต่อเม็ดสี Melanocyte ที่อยู่ในผิวหนังของเรา ทำให้ผิวเกิดอาการไหม้ และคล้ำลงอย่างเห็นได้ชัดนั่นเองค่ะ