ไขมันพอกตับ ภัยเงียบในคนไทย ยุค 2024 อันตรายใกล้ตัวที่คนมองข้าม

ไขมันพอกตับ โรคยอดฮิตในคนไทย ยุค 2024 ปัญหาสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม เพราะสามารถพัฒนาเป็น ตับแข็ง ที่เกิดจากภาวะตับมีการก่อตัวของเนื้อเยื่อพังผืดส่วนเกิน อันเป็นผลจากภาวะ ตับอักเสบ และมะเร็งตับ ที่เกิดจากการที่เซลล์ในตับกลายเป็นมะเร็งได้ ซึ่งในปัจจุบันคนไทยป่วยจากการที่ไขมันสะสมเป็นระยะเวลานานจนพอกตับ สูงถึง 25.3 ล้านคน และมีอัตราเสี่ยงเพิ่มสูงขึ้นทุกปีอีกด้วย ส่วนหนึ่งมาจากสาเหตุการเป็น ไขมันในเลือดสูง จำนวนมาก

ไขมันพอกตับ

ภัยร้ายเงียบจาก ไขมันสะสมจนพอกตับ ใกล้ตัวคนไทย รู้ก่อน ป้องกันได้

ไขมันที่สะสมจนพอกตับ เกิดจากการสะสมของไขมันในตับที่เกินปกติ หรือ เกินกว่า 5-10% ของน้ำหนักตับ มักไม่แสดงอาการในระยะเริ่มต้น จุดนี้ทำให้เรามองข้าม และคิดว่าสุขภาพของเราปกติ พบได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย พบได้บ่อยในผู้ที่มี ไขมันและน้ำตาลในเลือดสูง และจะค่อยๆ รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็น ไขมันสะสมนานจนเกิดการพอกตับ และหากยังปล่อยละเลย หรือรักษาไม่ถูกวิธี จนร้ายแรงถึงขั้นเป็น ตับแข็ง และมีโอกาสพัฒนาเป็นมะเร็งตับ มากกว่าคนทั่วไปถึง 20-30 เท่า

จากข้างต้นจะเห็นได้ว่าโรคตับแข็ง เป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลักของการเกิดโรคมะเร็งตับ จุดเริ่มต้นจากการเกิดภาวะแทรกซ้อนของตับอักเสบเรื้อรัง มีข้อมูลยืนยันว่าคนไทยเป็น ตับอักเสบ และพัฒนากลายเป็น ตับแข็ง จากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี เป็นสาเหตุหลัก โดยพบว่า

  • ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี มีจำนวน 8.2 ล้านคน หรือ ร้อยละ 5.7
  • ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี มีจำนวน 2.4 ล้านคน หรือ ร้อยละ 1.2

น้อยคนจะฉุกคิดว่าจากจุดเริ่มของการเป็น ไขมันสะสมจนพอกตับ โรคร้ายที่แฝงในร่างกายโดยไม่ออกอาการ จะร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดย ไขมันที่พอกเป็นระยะเวลานานในตับ แบ่งระยะการดำเนินโรคได้เป็น 4 ระยะ ดังนี้

  • ระยะแรก เป็นระยะที่มีไขมันสะสมอยู่ในเนื้อตับ แต่ยังไม่มีการอักเสบหรือพังผืดเกิดขึ้นในตับ
  • ระยะที่สอง เป็นระยะที่เริ่มมีอาการอักเสบของตับ ในระยะนี้หากไม่ควบคุมดูแลให้ดีและปล่อยให้การอักเสบดำเนินไปเรื่อยๆ เกินกว่า 6 เดือนอาจกลายเป็น ตับอักเสบ
  • ระยะที่สาม การอักเสบรุนแรง ก่อให้เกิดพังผืดในตับ เซลล์ตับค่อย ๆ ถูกทำลายลง
  • ระยะที่สี่ เซลล์ตับถูกทำลายไปมาก ตับไม่สามารถทำงานได้ตามปกติอีกต่อไป ทำให้เกิดภาวะตับแข็ง และอาจกลายเป็นมะเร็งตับได้ในที่สุด
ไขมันพอกตับ

สาเหตุ และอาการของการเป็น ไขมันพอกตับ เกิดจากอะไร

ภาวะไขมันสะสมพอกตับ เป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน สาเหตุหลักของการเป็น ไขมันที่พอกในตับ เกิดจากการสะสมของไขมันในตับที่มากกว่าปกติ จากการที่ร่างกายมีปริมาณน้ำตาลส่วนเกินมากเกินความต้องการจนตับนำไปสร้างเป็นไขมันแทน อาจพบในผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นคนอ้วนเท่านั้น โดยอาจมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต ที่ส่งผลให้ ไขมันในเลือดเกินเกณฑ์มาตรฐานสูง หรือน้ำตาลในเลือดสูง

ภาวะไขมันสะสมพอกตับ นั้นอาจไม่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อตับโดยตรง แต่หากปล่อยทิ้งความอักเสบให้เกิดซ้ำ ๆ ไว้ระยะหนึ่ง ล่วงเลยระยะเวลานานจะนำไปสู่การสะสมของพังผืด สะสมในปริมาณมากก็จะนำไปสู่มะเร็งตับในอนาคต ซึ่งสาเหตุของ ไขมันที่สะสมเป็นเวลานานจนพอกตับ สามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ (alcoholic fatty liver disease)

  • เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ
  • ความรุนแรงของโรคจะขึ้นอยู่กับประเภท ปริมาณ และระยะเวลาที่ดื่มแอลกอฮอล์

ไม่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์ (non-alcoholic fatty liver disease)

  • ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ โดยมีผลจากโรคที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานของร่างกาย เช่น โรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ไวรัสตับอักเสบบีและซี หรือการติดเชื้อเอชไอวี โรคที่เกี่ยวข้องกับระบบเผาผลาญ
  • พฤติกรรมการทานอาหาร ที่มีไขมันอิ่มตัวสูง มีน้ำตาลสูง ทานอาหารแปรรูป Fast Food อาหารที่ให้พลังงานสูง
  • พฤติกรรมการใช้ชีวิต ภาวะอ้วน ลงพุง ขาดการออกกำลังกาย พักผ่อนไม่เพียงพอ นอนดึก
  • ปัจจัยอื่น ๆ ความเครียด มลพิษทางอากาศ ผลข้างเคียงจากยาบางชนิด และโรคทางพันธุกรรม
ไขมันพอกตับ

ป้องกันความเสี่ยงการเกิดโรค ไขมันพอกตับ และวิธีเช็คอาการ ด้วยวิธีเหล่านี้

ผู้ที่มีภาวะ ไขมันสะสมเป็นระยะเวลานานจนพอกตับ หรือมี ตับที่เกิดการอักเสบ จากไขมันพอกตับส่วนใหญ่จะไม่มีอาการ หรือแสดงอาการที่ชัดเจน หรือมีอาการที่ไม่เฉพาะเจาะจง ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงคือคนที่อ้วนลงพุง น้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน ผู้ตรวจพบโรคเบาหวาน ภาวะไขมันและน้ำตาลในเลือดสูง และความดันโลหิตสูง ซึ่งมีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไปถึง 60% โดยจะส่งสัณญาณเตือนดังนี้

  • อ่อนเพลีย
  • เบื่ออาหาร
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • ปวดท้อง
  • ตัวเหลือง ตาเหลือง
  • คันตามผิวหนัง
  • เลือดออกง่าย

ป้องกันความเสี่ยงการเกิดการโรค ไขมันที่พอกในตับ ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทานอาหาร ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ เลือกทานไขมันดี ลดอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง ลดอาหารที่มีน้ำตาลสูง ลดอาหารแปรรูป ควบคุมน้ำหนัก งดดื่มแอลกอฮอล์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ แนะนำให้คาร์ดิโอ 150 นาที/สัปดาห์ เล่นเวทเทรนนิ่ง 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ และตรวจสุขภาพเป็นประจำ เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการ

อีกหนึ่งทางเลือกดูแลสุขภาพ ป้องกันความเสี่ยงการเกิดภาวะไขมันสะสมพอกตับ ด้วยโปรแกรม วิตามินดริปขับสารพิษตับ Liver Therapy ล้างพิษตับ บำรุง ปกป้อง ดูแลตับ ขับสารพิษที่ตกค้างในร่างกาย พร้อมผิวใส ดูแลสุขภาพผิวจากภายใน ที่ผสานวิตาามินเข้มข้น บำรุงสุขภาพผิวจากภายใน ช่วยปกป้อง สร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย พร้อมช่วยดูแลตับ กำจัดสารพิษต่าง ๆ ที่สิ่งตกค้างภายในร่างกาย ช่วยให้ระบบต่าง ๆ ในร่างกายจะทำงานดีขึ้น ทั้งระบบย่อย ระบบขับถ่าย ส่งผลให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง ขาวกระจ่างใสแบบเป็นธรรมชาติ

ไขมันพอกตับ

ผลลัพธ์ที่ได้หลังทำ Liver Therapy ล้างพิษตับ

  1. ช่วยล้างสารพิษตกค้างจากการกินวิตามิน กินยาเป็นประจำ
  2. ช่วยล้างสารพิษจากอาหารที่รับประทานทุกวัน ที่ร่างกายได้รับสารตกค้างโดยไม่รู้ตัว เช่น อาหารปิ้งย่าง อาหารแปรรูป อาหารอุ่นร้อนจากภาชนะพลาสติก
  3. ลดการสะสมของไขมันที่พอกในตับ
  4. ลดการเกาะตัวของไขมันที่ผนังหลอดเลือด
  5. ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรงและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  6. ช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสี ทำให้ผิวแลดูขาวกระจ่างใส สุขภาพดี 
  7. ช่วยลดการอักเสบ ต้นเหตุของ ตับที่เกิดการอักเสบ ช่วยเร่งการสมานแผล ยับยั้งความเสี่ยงตับผิดปกติ
  8. การดริปวิตามิน 1 ครั้ง เทียบเท่ากับการทานวิตามิน วันละ 1000mg ติดต่อกัน 3 เดือน
  9. การดริปวิตามิน 1 ครั้ง ร่างกายสามารถดูดซึมได้ทันที 100% แต่การทานวิตามินร่างกายดูดซึมได้เพียง 30%

หากมีข้อสงสัยต้องการได้รับคำปรึกษาเกี่ยวกับสุขภาพ สามารถเข้ามาที่ The Touch Wellness and Beauty Center ทางเรามีทีมคุณหมอ ผู้เชี่ยวชาญ วิเคราะห์สุขภาพแบบเชิงลึก พร้อมให้คำแนะนำ เพราะเราเข้าใจว่าการมีสุขภาพที่ดีคือการวางแผนใช้ชีวิตระยะยาว เพื่อตัวเองและอยู่กับคนที่คุณรักไปนาน ๆ