|

รู้จัก ‘Languishing’ ภาวะ “ใจพังแบบเงียบๆ” โรคยอดฮิตของคนยุคนี้

ไม่ใช่ซึมเศร้า…แต่ทำไมไม่มีความสุข?

รู้จัก ‘Languishing’ ภาวะ “ใจพังแบบเงียบๆ” โรคยอดฮิตของคนยุคนี้

เคยไหม… ที่รู้สึกว่าชีวิตก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร งานก็มีทำ ข้าวก็มีกิน แต่ทำไมข้างในมันกลับ “ว่างเปล่า” ? ไม่ได้เศร้าจนร้องไห้ แต่ก็ไม่ได้มีความสุขจนยิ้มออก เหมือนใช้ชีวิตไปวันๆ เป็นโหมด Auto-pilot ที่ไร้จุดหมาย

หากคุณกำลังรู้สึกแบบนี้ ยินดีด้วยค่ะ…เพราะคุณไม่ได้เป็นโรคซึมเศร้า แต่อาจกำลังตกอยู่ในสภาวะที่เรียกว่า “Languishing”

languishing

Languishing คืออะไร? ทำไมถึงกลายเป็นโรคระบาดทางอารมณ์ของคนยุคใหม่

คำว่า Languishing (แลง-กวิช-ชิง) ถูกนิยามโดยนักสังคมวิทยาชื่อ Corey Keyes ซึ่งหมายถึง “ภาวะถดถอยทางจิตใจ” มันคือช่องว่างระหว่าง การมีสุขภาพจิตที่ดี (Flourishing) กับ การเป็นโรคซึมเศร้า (Depression)

ถ้าจะให้เห็นภาพชัดๆ ลองนึกถึงกระจกหน้ารถที่มัวไปด้วยฝ้า คุณยังมองเห็นทาง แต่มันไม่ชัดเจน คุณยังขับรถไปได้ แต่มันไม่มีความสุขและเต็มไปด้วยความอึดอัด Languishing ไม่ใช่ศัตรูที่มาในรูปแบบของความเสียใจรุนแรง แต่มันคือ “ความเฉื่อยชา” ที่ค่อยๆ กัดกินพลังชีวิตของคุณไปทีละน้อย

languishing

เช็กอาการด่วน! คุณกำลัง “Languishing” อยู่หรือเปล่า?

ลองสำรวจตัวเองดูว่า ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา คุณมีอาการเหล่านี้เกิน 3 ข้อไหม?

อาการที่พบ ลักษณะที่แสดงออก
รู้สึกไม่มีสมาธิ หลุดโฟกัสง่าย งานที่เคยทำแป๊บเดียวเสร็จ กลับใช้เวลานานขึ้นเป็นเท่าตัว
ขาดแรงจูงใจ ไม่ได้เกลียดงานนะ แต่ก็ไม่ได้อยากทำ ไม่อยากเริ่มต้นโปรเจกต์ใหม่ๆ
ความตื่นเต้นหายไป เรื่องที่เคยชอบทำ เช่น ดูซีรีส์ เล่นเกม หรือไปคาเฟ่ กลับรู้สึก “เฉยๆ” ไม่ได้สนุกเหมือนเดิม
รู้สึกเหมือน “วิญญาณออกจากร่าง” ใช้ชีวิตตามหน้าที่ ตื่น อาบน้ำ ไปทำงาน กลับมานอน วนลูปไปเรื่อยๆ เหมือนหุ่นยนต์
ไม่ได้เศร้า แต่ก็ไม่ยิ้ม สภาวะอารมณ์นิ่งสนิท (Flat affect) เหมือนกราฟหัวใจที่เกือบจะเป็นเส้นตรง
languishing

ทำไมคนยุค Digital ถึงเป็นกันเยอะ?

ทำไมคำนี้ถึงกลายเป็นคำศัพท์ยอดฮิต ที่มีคนพูดถึงบ่อยที่สุดในยุคหลังโควิด-19 และในยุคที่เทคโนโลยีรุ่งเรืองที่สุด? หรือเป็นยุคที่ “ทุกอย่างมันเร็วไปหมด” โดยเหตุผลหลักๆ มีดังนี้

  • ไถมือถือจนล้า: เราเห็นคนอื่นรวย คนอื่นไปเที่ยว คนอื่นประสบความสำเร็จใน Facebook/IG จนสมองเราเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นตลอดเวลาโดยไม่รู้ตัว
  • งานกับบ้านแยกไม่ออก: เดี๋ยวนี้เจ้านายทักมาตอนสี่ทุ่มเราก็ต้องตอบ ทำให้สมองไม่ได้พักผ่อนจริงๆ
  • ความล้าสะสม: ตั้งแต่ยุคโควิดเป็นต้นมา เราต้องปรับตัวบ่อยมาก จน “แบตเตอรี่ใจ” ของเรามันเสื่อมสภาพ

Languishing อันตรายกว่าซึมเศร้าในแง่ของ “การมองไม่เห็น”

สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของ Languishing คือ “มันดูปกติ” เมื่อคุณเป็นโรคซึมเศร้า คนรอบข้างอาจสังเกตเห็นและบอกให้คุณไปหาหมอ แต่เมื่อคุณอยู่ในภาวะ Languishing คุณยังทำงานได้ คุณยังไปปาร์ตี้ได้ คุณยังดู “โอเค” ในสายตาคนอื่น ทำให้คุณไม่ได้รับความช่วยเหลือ และสะสมความว่างเปล่านี้จนอาจพัฒนาไปสู่โรคซึมเศร้า (Major Depression) หรือโรควิตกกังวล (Anxiety) ได้ในที่สุด

4 วิธีแก้ “ใจเฉื่อย” ให้กลับมามีไฟ (แบบทำได้จริง)

ถ้าคุณเริ่มรู้ตัวแล้ว อย่าเพิ่งตกใจ ภาวะนี้แก้ไขได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ดังนี้

1. หา “ความฟินเล็กๆ” ให้เจอ (Small Wins)

อย่าเพิ่งตั้งเป้าหมายจะกู้โลก เอาแค่ “วันนี้ล้างจานหมด” หรือ “วันนี้ดื่มน้ำครบ 8 แก้ว” ก็พอ เมื่อทำสำเร็จ สมองจะหลั่งสารความสุขออกมานิดนึง ให้เราพอมีแรงไปต่อ

2. ลองหายไปจากโลกโซเชียลบ้าง (Digital Detox)

ลองปิดแจ้งเตือนสัก 2 ชั่วโมง แล้วไปทำอย่างอื่นที่ใช้มือจริงๆ ทำ เช่น ทำอาหาร ปลูกต้นไม้ หรือแค่เดินเล่นดูนกดูไม้ ให้สมองได้พักจากการรับข้อมูลที่ล้นเกิน

3. เข้าสู่โหมด “ลืมโลก” (Flow State)

หาอะไรทำที่เราชอบจนลืมเวลา บางคนอาจจะเป็นการระบายสีตามตัวเลข, เล่นเกมที่ต้องใช้สมาธิ หรือแม้แต่การทำความสะอาดบ้าน การจดจ่ออยู่กับสิ่งเดียวจะช่วยรีเซ็ตระบบใจได้ดีมาก

4. ยอมรับว่า “วันนี้ไม่ไหว ไม่เป็นไรนะ”

การฝืนบอกตัวเองว่า “ต้องแฮปปี้สิ” ในวันที่ใจมันเหนื่อย ยิ่งทำให้เราล้ากว่าเดิมครับ แค่ยอมรับว่าวันนี้ฉันเฉื่อยจังเลยนะ แล้วอนุญาตให้ตัวเองได้พักบ้าง ไม่ต้องกดดันตัวเองตลอดเวลา

languishing

การไม่โอเคบ้าง…ก็ไม่เป็นไร

สุดท้ายนี้ อยากให้รู้ว่า “คุณไม่ได้ขี้เกียจ และคุณไม่ได้ผิดปกติ” Languishing เป็นเพียงสัญญาณเตือนจากร่างกายและจิตใจว่า “เฮ้ย! พักบ้างนะ” หรือ “หาอะไรใหม่ๆ ให้ชีวิตบ้าง”

อย่าปล่อยให้ความว่างเปล่ากลายเป็นความเคยชิน เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ด้วยการอนุญาตให้ตัวเอง “พัก” และหาความสุขเล็กๆ ที่ไม่ใช่การทำตามความคาดหวังของคนอื่น แล้วคุณจะพบว่า แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ไม่ได้หายไปไหน แต่มันแค่รอให้คุณปัดฝุ่นที่กระจกตาออกเท่านั้นเอง

คุณล่ะ? เคยรู้สึกเหมือนใช้ชีวิตไปวันๆ แบบนี้ไหม? คอมเมนต์แชร์ประสบการณ์หรือวิธีฮีลใจของคุณได้ข้างล่างนี้เลยครับ เผื่อว่าเรื่องราวของคุณจะเป็นกำลังใจให้ใครอีกหลายคนที่กำลังรู้สึกเหมือนกัน!