ภัยเงียบกลางแดด! รู้หรือไม่? หญิงไทยกว่า 80% กำลังขาด “วิตามิน D”
ภัยเงียบกลางแดด! รู้หรือไม่? หญิงไทยกว่า 80% กำลังขาด “วิตามิน D”
หลายคนอาจจะสงสัยว่า “ประเทศไทยแดดแรงขนาดนี้ เราจะขาดวิตามินดีได้อย่างไร?” แต่เชื่อหรือไม่ว่าจากสถิติทางการแพทย์พบว่า ผู้หญิงไทยกว่า 80% กำลังเผชิญกับภาวะขาดวิตามิน D โดยไม่รู้ตัว!
ตัวเลขนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะ วิตามิน D ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ดูแลกระดูก แต่ยังเป็น “กุญแจสำคัญ” ของระบบภูมิคุ้มกัน ฮอร์โมน และสุขภาพจิต วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกว่าทำไม “วิตามินแดด” ถึงกลายเป็นของหายากในเมืองร้อน และคุณกำลังเป็นหนึ่งในกลุ่มเสี่ยงอยู่หรือไม่?
วิตามิน D คืออะไร? ทำไมถึงถูกเรียกว่า “ฮอร์โมน” มากกว่าวิตามิน
แม้เราจะเรียกติดปากว่าวิตามิน แต่ในทางชีวภาพ วิตามิน D (Vitamin D) ทำหน้าที่คล้ายกับ “พรีฮอร์โมน” ที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นเองได้เมื่อผิวหนังได้รับรังสี UVB จากแสงแดด หลังจากนั้นตับและไตจะเปลี่ยนวิตามินนี้ให้อยู่ในรูปที่ร่างกายนำไปใช้ได้
ประเภทของวิตามิน D ที่ควรรู้
- Vitamin D2 (Ergocalciferol): พบในพืชบางชนิดและเห็ด
- Vitamin D3 (Cholecalciferol): พบในสัตว์และเป็นตัวหลักที่ร่างกายสังเคราะห์ได้จากแสงแดด ซึ่งเป็นรูปที่ประสิทธิภาพสูงสุดในการเพิ่มระดับวิตามินในเลือด
ช็อก! อยู่เมืองแดดแต่ทำไม “ขาดวิตามิน D”?
นี่คือคำถามยอดฮิตที่คำตอบนั้นใกล้ตัวเรามาก สาเหตุที่คนไทย (โดยเฉพาะผู้หญิง) ขาดวิตามิน D อย่างหนัก มีดังนี้
- ค่านิยมผิวขาวและการกลัวแดด: ครีมกันแดด SPF สูงๆ ร่ม เสื้อแขนยาว และการหลบในที่ร่มตลอดเวลา ทำให้ผิวหนังไม่สัมผัสกับรังสี UVB เลย
- ไลฟ์สไตล์แบบ Indoor: พนักงานออฟฟิศที่เข้างานก่อนแดดมา และเลิกงานตอนแดดหมด รวมถึงการใช้ชีวิตในห้างสรรพสินค้าหรือคอนโด
- มลภาวะและฝุ่น PM 2.5: ฝุ่นละอองในอากาศมีส่วนช่วยกรองรังสี UVB ทำให้ร่างกายสังเคราะห์วิตามิน D ได้น้อยลง
- สีผิวที่เข้มขึ้น: คนที่มีเมลานิน (เม็ดสีผิว) มาก จะสังเคราะห์วิตามิน D ได้ยากกว่าคนผิวขาว เพราะเมลานินทำหน้าที่เป็นปราการกั้นรังสี UVB
10 สัญญาณเตือน… ว่าคุณอาจกำลัง “ขาดวิตามิน D”
ภาวะนี้มักไม่มีอาการแสดงที่ชัดเจนในช่วงแรก จนกว่าระดับจะต่ำมากจริงๆ ลองเช็กดูว่าคุณมีอาการเหล่านี้หรือไม่?
| อาการทางร่างกาย | อาการทางระบบประสาทและอื่นๆ |
|---|---|
| 1. ป่วยบ่อย ภูมิคุ้มกันตก (เป็นหวัดง่าย) | 6. อารมณ์สวิงหรือซึมเศร้า |
| 2. อ่อนเพลียเรื้อรัง (เหนื่อยตลอดเวลา) | 7. นอนไม่หลับ หลับไม่สนิท |
| 3. ปวดกระดูกและข้อ (หลังส่วนล่าง, ขา) | 8. เหงื่อออกที่ศีรษะผิดปกติ |
| 4. ปวดกล้ามเนื้อลึกๆ | 9. แผลหายช้า |
| 5. กระดูกบางหรือแตกหักง่าย | 10. ผมร่วงผิดปกติ |
หากมีอาการเหล่านี้ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจระดับวิตามิน (ข้อมูลเพิ่มเติม: ความสำคัญของวิตามิน D – โรงพยาบาลศิครินทร์)
อันตรายของการขาดวิตามิน D มากกว่าแค่เรื่องกระดูก
หากปล่อยไว้เป็นเวลานาน ภาวะ ขาดวิตามิน D จะส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างรุนแรง
- โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis): วิตามิน D ช่วยในการดูดซึมแคลเซียม หากขาดวิตามินตัวนี้ ร่างกายจะดึงแคลเซียมจากกระดูกมาใช้ ทำให้กระดูกบางและหักง่าย
- ผลกระทบต่อสุขภาพจิต (Depression): งานวิจัยยืนยันว่าระดับวิตามิน D ต่ำ สัมพันธ์กับภาวะซึมเศร้าและวิตกกังวล
- ระบบหัวใจและหลอดเลือด: เพิ่มความเสี่ยงของโรคความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดหัวใจ
- โรคแพ้ภูมิตัวเอง: มีความเกี่ยวข้องกับโรค SLE และรูมาตอยด์
3 วิธีง่ายๆ เติมวิตามิน D ให้ร่างกายแบบเร่งด่วน
- 1. รับแสงแดดอย่างถูกวิธี: ช่วง 08.00 – 10.00 น. หรือ 16.00 น. เป็นต้นไป วันละ 15-20 นาที (ให้แดดโดนผิวแขน/ขาโดยตรง)
- 2. เลือกอาหารวิตามิน D สูง: ปลาแซลมอน, ปลาทูน่า, ไข่แดง, เห็ดหอม, นมเสริมวิตามิน
- 3. ตรวจเลือดและทานวิตามินเสริม: หากระดับต่ำกว่าเกณฑ์ การทานวิตามิน D3 ตามแพทย์สั่งคือวิธีที่เห็นผลไวที่สุด
อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการตรวจวิตามินได้ที่: โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ – ภาวะขาดวิตามินดี
อย่าปล่อยให้ “ภัยเงียบ” ทำร้ายคุณ
วิตามิน D คือพื้นฐานของสุขภาพที่ดี การดูแลตัวเองไม่ใช่แค่เรื่องการบำรุงผิวให้ขาวใส แต่คือการสร้างปราการภายในที่แข็งแรง อย่ารอจนกว่าจะมีอาการปวดกระดูกหรือมีปัญหาสุขภาพจิต แล้วค่อยหันมาสนใจ เช็กระดับวิตามิน D ของคุณตั้งแต่วันนี้ เพื่อชีวิตที่สดใสและแข็งแรงในระยะยาว!




